พฤศจิกายน 15, 2011

เก็บความฝันของเธอไว้ให้อบอุ่น

ฉันคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เป็นแน่

เรื่องราวน่ารัก ความทรงจำประทับใจ ลายเส้นยุกยิก

แม้จะไม่ค่อยรู้จักมันนักก็ตาม ก็มันน่ารักนี่นา

เช้านี้จึงได้รู้จักชื่อของ taro gomi งานเขาน่าชมจริงเจียว

ข้อดีของการใช้ facebook ก็คงตรงนี้แหละ

การได้รู้จักกับสิ่งที่แสนวิเศษจากเพื่อนๆ (แม้เขาจะไม่ได้บอกเราโดยตรงก็ตาม)

ว่าแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย ว่าเขามีเจ๋งอะไรบ้าง

  

 

          

ฉันยังไม่มีภาพน่ารักอย่างนี้ด้วยฝีมือตัวเองเลย

แ่ต่เพียงได้เห็นก็มีความสุขแล้วแหละ

ขอเพียงยักรัก เก็บมันไว้ในใจ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องสร้างมันเอง

หรือไม่จำเป็นต้องสร้างในวันนี้ก็เป็นได้

เอาเป็นว่า

…เก็บความฝันของเธอไว้ให้อบอุ่น…

(จากเพลงของมาชารี)

 

พฤศจิกายน 14, 2011

สิ่งที่ทำให้หัวใจอบอุ่น

 

  ในวันที่ต้องจัดกระเป๋าโดยไม่รู้ว่าต้องไปกี่วันนั้น ฉันพบว่าตัวเองช่างบ้าบอแบบเด็กๆ  ฉันเลือกสิ่งที่ตัวเองรู้สึกรักมันขึ้นมาอย่างประหลาด มันซ่อนอยู่ในลิ้นชักใต้ตู้เสื้อผ้า เป็นถุงเท้าเก่าๆ ใส่จนนุ่มนิ่มจำนวน 3 คู่ ขาวฟ้า สีแดงเหลือง และสีแสดเขียว ที่มาก็ต่างวาระกัน ไม่ได้ใส่มานานแล้ว ครานี้คงได้ผ่านคืนวันอันแสนประหลาดไปด้วยกัน

 

นอกจากถุงเท้าแล้ว สมบัติบ้าอันอบอุ่นใจอีกอย่างคือ- – - ปลอกหมอนที่น้องสาวให้มา มันเป็นสีน้ำเงินลายดอกไม้เล็กๆ สีขาว สลับกับลายพื้นสีขาว ดอกไม้เล็กๆ สีน้ำเงิน – - – - ผ้าเช็ดหน้าพิมพ์ลายญี่ปุ่นที่ซื้อเป็นคู่ให้กับแฟนหนุ่มผู้เก็บมันไว้อย่างดี (หมายความว่าไม่เคยใช้)- – - –  แก้วน้ำสีเขียวสดใสมีน้องหมีพูห์ยิ้มแย้มที่น้องสาวคนเล็กให้มา – - – -กล่องเครื่องเขียนประจำกายที่อัดแน่นไปด้วยปากกามิฟฟี่ – - – ถ้วยเซรามิกเนื้อบางใบเล็กข้างนอกสีขาวสะอาดตา ข้างในสีฟ้าใสนวลตา จากงาน Big+bih ที่ซื้อมาเป็นคู่ – - – แก้วสีแดงลายจุดสีขาวจากลำปาง

 

อย่างนี้อาจเกินเลยคำว่าอบอุ่นใจแล้วกระมัง เรียกว่านักขนสมบัติบ้าเสียมากกว่า ก็เค้ากลัวเหงานี่นา ต้องระดมของที่รักมาเป็นกำลังใจ ดีนะไม่ขนเจ้าโตโตโร่มาเป็นกำลังใจ อ้อออ ยังขาดผ้าห่มหมีพูห์อันแสนอบอุ่น

เอาเป็นว่าไว้อบพยหนีน้ำท่วมมาประจำการทำงานที่เกาะแห่งนี้อีกสักครั้งก็แล้วกัน

…. หวังว่าในวันเวลาที่ยากลำบากนี้ ทุกคนจะีมีความสุขกับมันได้…

ฉันเขียนบางถ้อยคำจากเพลงที่ชอบไว้หน้าแรกของสมุดบันทึกที่ต้องใช้เพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะว่า …. เก็บความอ่อนหวานไว้อย่าให้เศร้า เก็บความรักเราไว้ในดวงใจ…

 

^_____^

 

สิงหาคม 17, 2011

thanks mama, papa

      ถึงวันเกิดอีกแล้วเหรอเนี่ย

เป็นครั้งแรกที่ทำการ์ดให้ตัวเอง

ขอบคุณแม่จ๋ากะพ่อจ๋า

เอ? เรียกอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า

ตอนน้องคนเล็กที่ห่างกันตั้งสิบสองปีเรียนอนุบาล

คุณครูก็คงสอนให้เรียกพ่อแม่ว่า พ่อจ๋า แม่จ๋า

น้องก็มาสอนเรา

ไม่ไ้ด้นะเรียกอี่พ่ออี่แม่บ่ได้ ต้องจ๋าแทน

ด้วยความอายไม่เคยปาก เราจึงเรียก

พ่อจ๋อ แม่จ๋อ แทน 555 เป็นลิงกันทั้งบ้าน

….  ^__^ ….

แม่กะพ่อเป็นคนขยัน (ถ้าได้ครึ่งเราคงรวยไปแล้วนะเนี่ย)

แม่ชอบพูดถึงการหากินของไก่ ดูสิมันเลี้ยงลูกตั้งหลายตัวได้ยังไง

หนาวก็กอดไว้ได้ทุกตัว ร้อนก็ขี่หลังแม่กันใหญ่

เราร้องเพลงไก่กันด้วยนะ สอนเจ้าน้องคนเล็กนั่นแหละ ตามประสาพี่ตัวแสบ

… ไก่ ไก่ ไก่ เลี้ยงลูกมาจนใหญ่ไม่มีนมให้ลูกกิน

ลูกร้องเจี๊ยก เจี๊ยก แม่ก็เรียกไปคุ้ยดิน

ทำมาหากินตามประสาไก่เอย…

งานนี้เป็นลิงกันอีกแล้วครับท่าน :D

- – - – - -ขอบคุณธรรมชาติเจ้าค้า- – - – - – - -

มกราคม 30, 2011

แด่คนเคยรัก

ร้านนมที่ฉันเคยนั่งเป็นประจำย้ายไปแล้วนะคะ

ร้านที่ฉันนั่งโทรถึงคุณในตอนเย็นอย่างไรล่ะ

ใต้ต้นสักสูงชะรูด มองเห็นฟ้าสีฟ้ากับริ้วเมฆสีชมพูบางๆ

กับถ้อยคำที่บ่งบอกว่ารักคุณเต็มหัวใจ

เพลงนี้อย่างไรล่ะ ที่ฉันมักจะขอให้พี่เจ้าของร้านเปิดเสมอเมื่อมีโอกาส

ตั้งแต่ร้านนั้นปรัีบปรุงใหม่ ต่อเดิมด้านข้างเป็นบาร์ชงเครื่องดื่ม

จัดวางโต๊ะไม้ไว้ในสวน ปล่อยพวงแสดเลื้อยระย้าทั้งหลังคาและผนังบ้าน

ร้านหนังสือเช่าที่ฉันชอบมากเพราะมีอุเอสุงิ เทปเป โลกียชน อะเดย์ โอเพ่น ให้เช่า

พลุกพล่านด้วยหนุ่มสาวที่หลงใหลชา กาแฟ นมร้อน บรรยากาศคาเฟ่

จากวันที่ความรักของคุณเป็นความฝัน เหมือนฝัน และเป็นความทรงจำในวันนี้

แต่ร้านนมนั้นก็ยังอยู่นะ ย้ายจากที่เดิมไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง

แม้คุณจะเป็นคนเคยรัก แต่ความรักนั้นก็ยังอยู่

ขอบคุณที่ได้คิดถึงคุณอีกครั้ง

เพราะทำให้ฉันรู้ว่า รักคนที่ (กำลังเป็นที่) รักมากมายเพียงใด

มกราคม 27, 2011

เพื่อนเก่าและข้าวผัด

เมื่อวานมันวันอะไรนะ อ๋อ วันพุธน่ะเอง

คงเพราะเราชอบสมมาตรกระมัง วันพุธเป็นแกนกลางระหว่างจันทร์กับศุกร์

เป็นวันที่ยังพอเหลือเวลาในการทำงานก่อนถึงวันหยุด และอีกสองวันก็ถึงวันศุกร์แล้ว

เมื่อวานไปทุ่งครุมา ครั้งแรก นั่งรถนานเหมือนกัน กินก๋วนเตี๋ยวอร่อยตรงข้ามจัสโก้

ดูภาพประกอบหนังสือเล่มใหม่ หัดเย็บเล่มสมุดบันทึก ได้ชมห้องทำงานเล็กๆ ที่เีปี่ยมแรงบันดาลใจ  เล่นกับแมวก่อนกลับ แล้วสาย 6 ก็พามาถึงปากคลองตลาดจนได้ แต่ต้องเดินมาวัดราชบพิธจนเหนื่อย

….เพื่อนเก่า…

แวะมาเยี่ยมเพื่อน เรียนมาด้วยกันแต่พอทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกัน

กินข้าวผัด ต้มยำ ไก่ทอด ส้มตำ อ้ำอร่อย แล้วดูผีชีวะ โอยมึน ไม่ดูหนังแบบนี้เสียนาน

เพื่อนบอกว่าดีใจที่พี่สาวอีกคนไปอยู่กะเรา เพราะจะได้มีเพื่อน คนอื่นมีแฟนกันหมดแล้ว

อยู่กะเราน่าจะไม่เหงา

… รูมเมท…

การมีเพื่อนร่วมห้องเป็นเรื่องไม่ธรรมดานะคะคุณ

มันวุ่นไม่น้อยทีเดียว

ปกติเราจะเป็นเจ้าแม่ล้านโปรเจค แต่ละอย่างก็อยู่แต่ละมุม ข้าวของกระจายเต็มบ้าน

แต่ไยเมื่อมีเพื่อนร่วมดินแดนแสนสุขแล้วจึงให้รู้สึกอึดอัดใจนักนะ

แม้ว่าเขาจะทำข้าวของกระจายน้อยกว่าเราก็เถอะ

เฮ้อ แต่พอเพื่อนพูดว่าดีใจที่พี่เค้ามาอยู่กะเรา ให้รู้สึกมีความหวังในการปรับตัว

การไม่พูดอะไรเลยนี่ไม่ดีเลยนะ ปค้การเ่อ่ยปากมันยากนี่นา

… ข้าวผัด …

เมื่อวานเช้าหุงข้าวไว้ กินกะไข่เจียวก่อนออกไปทำงาน

กลับมามืดแล้ว เมทอุ่นข้าวไว้ให้

โอ้ การมีใครสักคนคืออย่างนี้สินะ

ห้องของเรามีแสงสว่างรออยู่ ไม่หนาวเย็นจนเกินไป

ข้าวที่เย็นชืดก็ถูกอุ่นให้ร้อนน่ากิน

เช้านี้จึงใส่้น้ำมันใสกระทะ ทุบกระเทียม พอกระเทียมเหลืองหอมก็ตอกไข่ลงไป

ตามด้วยข้าวที่ใส่ซีอี๊วขาวไว้แล้ว ผัด ผัด ผัด ได้เป็นข้าวผัดชามใหญ่

… เข้าใจ…

ข้าวผัดชามใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่กับเมทอย่างเข้าใจ รักใคร่ ห่วงใย ให้และรับ

ถือมากินที่ออฟฟิศด้วยอร่อยจัง

เป็นวันพุธที่ดีอีกแล้วนะเนี่ย

มกราคม 21, 2011

เครียด กินหนม

 

วันนี้ได้กินขนมหวานร้านยูเอฟเอ็ม ขนมปังโรลที่ครีมสีขาวหวานมัน

แต่เราก็เหล่มองเครปชั้นๆ ที่ซ้อนกันอย่างเสียดาย

ก็ชิ้นมันเกือบร้อยอ่ะ ตั้งค์เหลือหนึ่งร้อยพอดี เกินก็เศษนิดหน่อย

ฝากไว้ก่อนเถอะ

แต่ให้แฟนทำให้กินดีกว่า แล้วก็วางคู่กับไอศครีม

ม่ายยยยยยย งานนี้อ้วนอีกแล้วเจ้าค่าาาาา

ปล. เครียด งานเยอะ จึงต้องระบายด้วยการพูดถึงของหวานเยี่ยงนี้แล

โอ หายเครียดแล้ว ทำงานต่อดีกว่า

ธันวาคม 25, 2010

test file

watch?v=k1VeIuigAaw

 

ธันวาคม 24, 2010

Burn it blue

ช่วงกำลังทำต้นฉบับ พี่บก. จะพึมพำเพลงนี้เสมอ

เฉพาะท่อน burn this house , burn it blue

ได้ฟังแล้วรู้สึกว่าเราคงร้องไม่ได้แหงๆ เพลงที่ใช้พลังเสียงอย่างนี้

แต่ไม่เลย

ลองดูสิ เนื้อไม่ยาก ออกเสียงง่าย ไ้ด้อารมณ์ของเปลวไฟและเสรีภาพ

ลองดูสิ ร้องเพลงไปด้วยกัน

ิburn it blue

ว่าแล้วคงต้องดู Frida อีกสักรอบแล้วหละ

ธันวาคม 21, 2010

หวานหรือขม

 

เราตื่นสายกันอีกแล้ว เนื้อตัวที่ซุกใต้ผ้า่ห่มยังอุ่นแต่หัวนั้นเย็นเฉียบ

สำหรับร้านกาแฟที่เงียบเหงาไม่ว่าจะยามเช้าหรือสาย บ่ายหรือค่ำ เราต้องรีบร้อนไหมนะ

ต้องรีบสิ แม้ไม่มีใครตั้งใจมาทานกาแฟในยามเช้า

แต่เราต้องเปิดประตูรับลมหนาวที่พรูพัดมาอีกครั้ง

……..   ๑   ………

นั่นอย่างไรล่ะ กาแฟแก้วแรกของวัน เป็นของหนุ่มเจ้าของร้านน่ะเอง

น้ำร้อนรสเข้มกลิ่นหอมที่กลั่นลงถ้วยกระเบื้องใบน้อยของเขานั้นมักจะเป็นแก้วแรกเสมอ

มันเป็นกลิ่นที่ฉันเคยคุ้น ทว่ารสชาติของมันฉันไม่คุ้นเคย

การได้ลอบมองปอยผมเคลียใบหน้าของเขาเป็นฉากที่ฉันเคยคุ้น ทว่าดวงตาที่เข้าใจได้ยากนั้นฉันไม่อยากคุ้นเคย

…… ๒ …….

นั่นอย่างไรล่ะ ต้นฉบับนวนิยายเรื่องใหม่ เขาเกลามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาจะสลักเสลาแต่ละบรรทัดอย่างไม่รู้เหนื่อยหน่าย จนกว่าเนื้อความแลรสภาษาจะละมุนอย่างที่ตั้งใจ

เสียงการสได์ตัวของแกรไฟต์บนกระดาษเพียงบางเบานั้นเป็นสิ่งที่ฉันคุ้นเคย

ทว่า เรื่องเล่าในดินแดนลึกลับของเขาฉันยินดีที่ไม่เคยคุ้น

……. ๓ …….

จะเป็นเช้าหรือสาย เขาก็จะตื่นมาเปิดร้านตั้งแต่เช้า

ร้านหนังสือที่หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ ณ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง

จะหวานหรือขม กลิ่นของกาแฟถ้วยแรกของวันก็ยังกรุ่นหอมเสมอ

จะจริงหรือฝัน วันนี้เขาก็มีร้านหนังสือเล็กๆ ในเมืองเหงาๆ ให้ดูแล

จะจริงหรือฝัน อย่างน้อยก็มีคนคนหนึ่งกำลังดูแลความฝัน

ณ เมืองแห่งนั้น  อุทัยธานี

 

ปล. ขอบคุณนะสำหรับชาเขียวที่ฟองนมหวานหอมคาราเมล ณ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ยามเมื่อลมหนาวมาทักทาย

เช้าที่รู้สึกว่าการได้เฝ้ามองใครสักคนเป็นความสุขของคน (เพียง) ดูแลความฝันอย่างฉันเหลือเกิน

(ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัย อาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553)

ธันวาคม 16, 2010

ฝัน 3 ประการ

1. อยากให้พบหลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก

2. อยากให้โลกนำแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง

3. อยากให้สงครามกลางเมืองในศรีลังกาสิ้นสุดลง

ความฝันนี้หาใช่ของข้าพเจ้าไม่

หากเป็นของหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ที่อยากให้คนอื่นจดจำในฐานะนักเขียน

เขาเคยมีวันเกิดในวันนี้ 16 ธันวาคม

ใช่เขาเคยมีวันเกิดวันนี้ เหลือไว้เพียงนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ยืนยง

อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก

ผู้เขียน Space Odyssey

ผู้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจถึงการแสวงหาของมนุษย์ อาหาร ทรัพย์ อำนาจ เห็นการผ่านพ้นและมืดมนของยุคสมัย

หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก เขียนไว้เมื่อสามปีที่แล้วได้น่าอ่านไม่น้อย

………………………..

อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของผลงานระดับตำนานอย่าง 

2001 สเปซ โอดิสซี ได้เปิดเผยความปรารถนา 3 ประการที่อยากได้ในวันเกิดครบรอบปีที่ 90

เมื่อวันอาทิตย์ (16 ธ.ค.2550) ที่ผ่านมา ว่า

อย่างแรกคืออยากให้โลกอ้าแขนรับแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่านี้มาใช้

อยากให้มีสันติภาพที่ยั่งยืนในศรีลังกาซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของตัวเอง

และอยากได้หลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก

คลาร์กกล่าวว่าตัวเองเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล

มนุษยชาติกำลังรอคอยจนกว่ามนุษย์ต่างดาวจะเรียกหรือส่งสัญญาณมาถึง

มนุษย์ไม่มีทางเดาได้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ตัวเองหวังอยากจะให้เป็นในเร็วๆ นี้

สำหรับเรื่องของสันติภาพในศรีลังกานั้น คลาร์กกล่าวว่าอาศัยอยู่ที่นี่มาครึ่งชีวิต หรือร่วม 50 ปีแล้ว

และรู้สึกเศร้าที่ได้เป็นพยานรับรู้ความขัดแย้งอันขมขื่นที่แบ่งแยกบ้านหลังที่สองของตัวเองออกจากกัน

จึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นในศรีลังกา

พร้อมเสริมว่าสันติภาพไม่สามารถนึกอยากให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานหนัก

ความกล้าหาญ และความต่อเนื่องเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ คลาร์กเป็นชาวอังกฤษแต่ย้ายไปอยู่ที่ศรีลังกาตั้งแต่ปี 2497

ปัจจุบันได้กลายเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ไปแล้วซึ่งหมายถึงได้อยู่อาศัยเป็นการถาวรโดยไม่ต้องต่อวีซ่า

คลาร์กเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ไว้กว่า 100 เรื่อง

โดยพูดถึงยานอวกาศเอาไว้ก่อนที่มนุษย์เราจะมีการทดลองจรวดเป็นครั้งแรกเสียอีก

ทั้งยังจินตนาการไปถึงเรื่องที่คอมพิวเตอร์เข้ามาครอบงำทุกอย่างในชีวิตประจำวัน

คลาร์กเคยป่วยเป็นโรคโปลิโอทำให้ปัจจุบันต้องนั่งรถเข็น

ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินจากสมเด็จพระราชินีอังกฤษเมื่อปี 2541

และได้ฉลองวันเกิดปีที่ 90 ด้วยการตัดเค้กที่เขียนว่า

สุขสันต์วันเกิดเซอร์อาร์เธอร์ โดยมีประธานาธิบดีศรีลังกา

เหล่านักบินอวกาศ และนักวิทยาศาสตร์ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้

หลังจากนั้น อเล็กไซ เลโอนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียที่เดินท่องอวกาศเป็นคนแรกของโลก

เมื่อเดือนมีนาคม 2508 ได้มอบเหรียญจากสหพันธ์นักบินอวกาศรัสเซียให้คลาร์กด้วย

คลาร์กกล่าวว่าเคยถามตัวเองว่าอยากจะได้รับการจดจำในแบบไหน

เพราะตัวเองทำมาหลากหลายอาชีพทั้งนักเขียน นักสำรวจใต้น้ำ

และผู้ส่งเสริมงานด้านอวกาศ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า

อยากได้รับการจดจำในฐานะนักเขียนมากที่สุด

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.