test file
Burn it blue
ช่วงกำลังทำต้นฉบับ พี่บก. จะพึมพำเพลงนี้เสมอ
เฉพาะท่อน burn this house , burn it blue
ได้ฟังแล้วรู้สึกว่าเราคงร้องไม่ได้แหงๆ เพลงที่ใช้พลังเสียงอย่างนี้
แต่ไม่เลย
ลองดูสิ เนื้อไม่ยาก ออกเสียงง่าย ไ้ด้อารมณ์ของเปลวไฟและเสรีภาพ
ลองดูสิ ร้องเพลงไปด้วยกัน
ิburn it blue
ว่าแล้วคงต้องดู Frida อีกสักรอบแล้วหละ
หวานหรือขม
เราตื่นสายกันอีกแล้ว เนื้อตัวที่ซุกใต้ผ้า่ห่มยังอุ่นแต่หัวนั้นเย็นเฉียบ
สำหรับร้านกาแฟที่เงียบเหงาไม่ว่าจะยามเช้าหรือสาย บ่ายหรือค่ำ เราต้องรีบร้อนไหมนะ
ต้องรีบสิ แม้ไม่มีใครตั้งใจมาทานกาแฟในยามเช้า
แต่เราต้องเปิดประตูรับลมหนาวที่พรูพัดมาอีกครั้ง
…….. ๑ ………
นั่นอย่างไรล่ะ กาแฟแก้วแรกของวัน เป็นของหนุ่มเจ้าของร้านน่ะเอง
น้ำร้อนรสเข้มกลิ่นหอมที่กลั่นลงถ้วยกระเบื้องใบน้อยของเขานั้นมักจะเป็นแก้วแรกเสมอ
มันเป็นกลิ่นที่ฉันเคยคุ้น ทว่ารสชาติของมันฉันไม่คุ้นเคย
การได้ลอบมองปอยผมเคลียใบหน้าของเขาเป็นฉากที่ฉันเคยคุ้น ทว่าดวงตาที่เข้าใจได้ยากนั้นฉันไม่อยากคุ้นเคย
…… ๒ …….
นั่นอย่างไรล่ะ ต้นฉบับนวนิยายเรื่องใหม่ เขาเกลามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจะสลักเสลาแต่ละบรรทัดอย่างไม่รู้เหนื่อยหน่าย จนกว่าเนื้อความแลรสภาษาจะละมุนอย่างที่ตั้งใจ
เสียงการสได์ตัวของแกรไฟต์บนกระดาษเพียงบางเบานั้นเป็นสิ่งที่ฉันคุ้นเคย
ทว่า เรื่องเล่าในดินแดนลึกลับของเขาฉันยินดีที่ไม่เคยคุ้น
……. ๓ …….
จะเป็นเช้าหรือสาย เขาก็จะตื่นมาเปิดร้านตั้งแต่เช้า
ร้านหนังสือที่หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ ณ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง
จะหวานหรือขม กลิ่นของกาแฟถ้วยแรกของวันก็ยังกรุ่นหอมเสมอ
จะจริงหรือฝัน วันนี้เขาก็มีร้านหนังสือเล็กๆ ในเมืองเหงาๆ ให้ดูแล
…
จะจริงหรือฝัน อย่างน้อยก็มีคนคนหนึ่งกำลังดูแลความฝัน
ณ เมืองแห่งนั้น อุทัยธานี
…
ปล. ขอบคุณนะสำหรับชาเขียวที่ฟองนมหวานหอมคาราเมล ณ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ยามเมื่อลมหนาวมาทักทาย
เช้าที่รู้สึกว่าการได้เฝ้ามองใครสักคนเป็นความสุขของคน (เพียง) ดูแลความฝันอย่างฉันเหลือเกิน
(ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัย อาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553)
ฝัน 3 ประการ
1. อยากให้พบหลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก
2. อยากให้โลกนำแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง
3. อยากให้สงครามกลางเมืองในศรีลังกาสิ้นสุดลง
ความฝันนี้หาใช่ของข้าพเจ้าไม่
หากเป็นของหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ที่อยากให้คนอื่นจดจำในฐานะนักเขียน
เขาเคยมีวันเกิดในวันนี้ 16 ธันวาคม
ใช่เขาเคยมีวันเกิดวันนี้ เหลือไว้เพียงนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ยืนยง
อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก
ผู้เขียน Space Odyssey
ผู้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจถึงการแสวงหาของมนุษย์ อาหาร ทรัพย์ อำนาจ เห็นการผ่านพ้นและมืดมนของยุคสมัย
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก เขียนไว้เมื่อสามปีที่แล้วได้น่าอ่านไม่น้อย
………………………..
| อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของผลงานระดับตำนานอย่าง
2001 สเปซ โอดิสซี ได้เปิดเผยความปรารถนา 3 ประการที่อยากได้ในวันเกิดครบรอบปีที่ 90 เมื่อวันอาทิตย์ (16 ธ.ค.2550) ที่ผ่านมา ว่า อย่างแรกคืออยากให้โลกอ้าแขนรับแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่านี้มาใช้ อยากให้มีสันติภาพที่ยั่งยืนในศรีลังกาซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของตัวเอง และอยากได้หลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก คลาร์กกล่าวว่าตัวเองเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล มนุษยชาติกำลังรอคอยจนกว่ามนุษย์ต่างดาวจะเรียกหรือส่งสัญญาณมาถึง มนุษย์ไม่มีทางเดาได้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ตัวเองหวังอยากจะให้เป็นในเร็วๆ นี้ สำหรับเรื่องของสันติภาพในศรีลังกานั้น คลาร์กกล่าวว่าอาศัยอยู่ที่นี่มาครึ่งชีวิต หรือร่วม 50 ปีแล้ว และรู้สึกเศร้าที่ได้เป็นพยานรับรู้ความขัดแย้งอันขมขื่นที่แบ่งแยกบ้านหลังที่สองของตัวเองออกจากกัน จึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นในศรีลังกา พร้อมเสริมว่าสันติภาพไม่สามารถนึกอยากให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานหนัก ความกล้าหาญ และความต่อเนื่องเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ คลาร์กเป็นชาวอังกฤษแต่ย้ายไปอยู่ที่ศรีลังกาตั้งแต่ปี 2497 ปัจจุบันได้กลายเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ไปแล้วซึ่งหมายถึงได้อยู่อาศัยเป็นการถาวรโดยไม่ต้องต่อวีซ่า คลาร์กเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ไว้กว่า 100 เรื่อง โดยพูดถึงยานอวกาศเอาไว้ก่อนที่มนุษย์เราจะมีการทดลองจรวดเป็นครั้งแรกเสียอีก ทั้งยังจินตนาการไปถึงเรื่องที่คอมพิวเตอร์เข้ามาครอบงำทุกอย่างในชีวิตประจำวัน คลาร์กเคยป่วยเป็นโรคโปลิโอทำให้ปัจจุบันต้องนั่งรถเข็น ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินจากสมเด็จพระราชินีอังกฤษเมื่อปี 2541 และได้ฉลองวันเกิดปีที่ 90 ด้วยการตัดเค้กที่เขียนว่า สุขสันต์วันเกิดเซอร์อาร์เธอร์ โดยมีประธานาธิบดีศรีลังกา เหล่านักบินอวกาศ และนักวิทยาศาสตร์ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ หลังจากนั้น อเล็กไซ เลโอนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียที่เดินท่องอวกาศเป็นคนแรกของโลก เมื่อเดือนมีนาคม 2508 ได้มอบเหรียญจากสหพันธ์นักบินอวกาศรัสเซียให้คลาร์กด้วย คลาร์กกล่าวว่าเคยถามตัวเองว่าอยากจะได้รับการจดจำในแบบไหน เพราะตัวเองทำมาหลากหลายอาชีพทั้งนักเขียน นักสำรวจใต้น้ำ และผู้ส่งเสริมงานด้านอวกาศ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า อยากได้รับการจดจำในฐานะนักเขียนมากที่สุด |
|
คิดถึงใบไม้ร่วง
ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ ว่าจดหมายเก่าๆ ที่ไม่ได้่ส่งถึงผู้รับนั้น จะบรรจุเรื่องราวดีๆ ไว้มากมายถึงเพียงนี้
มันเป็นเวลาห้าปีที่เมื่อได้นึกย้อนกลับไปแล้ว จำไม่ได้เลยว่าได้ทำอะไรบ้าง
กาลเวลามันผ่านไปรวดเร็วเกินไป เราไม่ได้ทรงจำอะไรนัก หรือว่าแท้จริงแล้วชีวิตมันว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม เพลงใบไม้ร่วงก็กลับมาบรรเลงในใจอย่างเงียบงันอีกครั้ง
…ห้วยกุ่มไงล่ะ… แอฟริกาของฉัน
หากใครเคยอ่าน Out of Africa คงเข้าใจ
ดินแดนใกล้ชิดดวงตะวันที่สาวชาวเดนมาร์กคนนั้นมีไร่และมีัรัก เมื่อจากมาเธอก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย
ชัยภูมิก็ไม่ได้ไกลนักหรอก แต่บางอย่างก็ทำให้หนทางมันไม่สดสว่างดังก่อน เสียงสายลมไม่ได้เรียกหาเราอีกแล้ว
….ฤดูหนาวของที่นั่นสวย เศร้า และรู้สึกถึงไออุ่นเสมอ….
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยนัก แต่คราวใบไม้ร่วงนั้นน่าใจหาย
มันพรูลงมาเหมือนผีเสื้อพันตัวกระพือปีกพร้อมๆ กัน แม้เราไม่รู้สึกถึงลมพัดผีเสื้อเหล่าหลากสีนั้นก็ยังพราวพรูไม่หยุดหย่อน

ยืมเขามาขอบคุณนะ
จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า เป็นเพราะลมหายใจของเราหรือเปล่าที่เป่าเอาใบไม้สีสวยร่วงลงมา
….รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก…
คงเพราะแน่ใจว่า สมุดบันทึกธรรมชาติที่ีมีภาพนกกระเรียนและจดหมายตกค้างเมื่อห้าปีก่อน
ได้ถึงมือเจ้่าของแล้ว ไม่ว่าผู้รับจะแกะโบว์ผ้าลูกไม้ที่เย็บกระดุมสีขาวไ้ว้อย่างดีแล้วหรือไม่ก็ตาม
ให้มันได้อยู่กับคุณ ณ ลานรอบกองไฟริมธารน้ำที่เราได้พบกัน
อบอุ่นใจที่ไม่เคยลืมคุณ แต่ห้าปีคงน้อยไปสำหรับการจากกัน ขอฝันถึงคนที่อยู่ข้างๆ และรักฉันเสมอแล้วกันนะ
ฝากดูใบไม้ร่วงแทนนุชด้วยละกัน
