Archive for ธันวาคม, 2010

ธันวาคม 25, 2010

test file

watch?v=k1VeIuigAaw

 

ธันวาคม 24, 2010

Burn it blue

ช่วงกำลังทำต้นฉบับ พี่บก. จะพึมพำเพลงนี้เสมอ

เฉพาะท่อน burn this house , burn it blue

ได้ฟังแล้วรู้สึกว่าเราคงร้องไม่ได้แหงๆ เพลงที่ใช้พลังเสียงอย่างนี้

แต่ไม่เลย

ลองดูสิ เนื้อไม่ยาก ออกเสียงง่าย ไ้ด้อารมณ์ของเปลวไฟและเสรีภาพ

ลองดูสิ ร้องเพลงไปด้วยกัน

ิburn it blue

ว่าแล้วคงต้องดู Frida อีกสักรอบแล้วหละ

ธันวาคม 21, 2010

หวานหรือขม

 

เราตื่นสายกันอีกแล้ว เนื้อตัวที่ซุกใต้ผ้า่ห่มยังอุ่นแต่หัวนั้นเย็นเฉียบ

สำหรับร้านกาแฟที่เงียบเหงาไม่ว่าจะยามเช้าหรือสาย บ่ายหรือค่ำ เราต้องรีบร้อนไหมนะ

ต้องรีบสิ แม้ไม่มีใครตั้งใจมาทานกาแฟในยามเช้า

แต่เราต้องเปิดประตูรับลมหนาวที่พรูพัดมาอีกครั้ง

……..   ๑   ………

นั่นอย่างไรล่ะ กาแฟแก้วแรกของวัน เป็นของหนุ่มเจ้าของร้านน่ะเอง

น้ำร้อนรสเข้มกลิ่นหอมที่กลั่นลงถ้วยกระเบื้องใบน้อยของเขานั้นมักจะเป็นแก้วแรกเสมอ

มันเป็นกลิ่นที่ฉันเคยคุ้น ทว่ารสชาติของมันฉันไม่คุ้นเคย

การได้ลอบมองปอยผมเคลียใบหน้าของเขาเป็นฉากที่ฉันเคยคุ้น ทว่าดวงตาที่เข้าใจได้ยากนั้นฉันไม่อยากคุ้นเคย

…… ๒ …….

นั่นอย่างไรล่ะ ต้นฉบับนวนิยายเรื่องใหม่ เขาเกลามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาจะสลักเสลาแต่ละบรรทัดอย่างไม่รู้เหนื่อยหน่าย จนกว่าเนื้อความแลรสภาษาจะละมุนอย่างที่ตั้งใจ

เสียงการสได์ตัวของแกรไฟต์บนกระดาษเพียงบางเบานั้นเป็นสิ่งที่ฉันคุ้นเคย

ทว่า เรื่องเล่าในดินแดนลึกลับของเขาฉันยินดีที่ไม่เคยคุ้น

……. ๓ …….

จะเป็นเช้าหรือสาย เขาก็จะตื่นมาเปิดร้านตั้งแต่เช้า

ร้านหนังสือที่หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ ณ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง

จะหวานหรือขม กลิ่นของกาแฟถ้วยแรกของวันก็ยังกรุ่นหอมเสมอ

จะจริงหรือฝัน วันนี้เขาก็มีร้านหนังสือเล็กๆ ในเมืองเหงาๆ ให้ดูแล

จะจริงหรือฝัน อย่างน้อยก็มีคนคนหนึ่งกำลังดูแลความฝัน

ณ เมืองแห่งนั้น  อุทัยธานี

 

ปล. ขอบคุณนะสำหรับชาเขียวที่ฟองนมหวานหอมคาราเมล ณ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ยามเมื่อลมหนาวมาทักทาย

เช้าที่รู้สึกว่าการได้เฝ้ามองใครสักคนเป็นความสุขของคน (เพียง) ดูแลความฝันอย่างฉันเหลือเกิน

(ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัย อาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553)

ธันวาคม 16, 2010

ฝัน 3 ประการ

1. อยากให้พบหลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก

2. อยากให้โลกนำแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง

3. อยากให้สงครามกลางเมืองในศรีลังกาสิ้นสุดลง

ความฝันนี้หาใช่ของข้าพเจ้าไม่

หากเป็นของหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ที่อยากให้คนอื่นจดจำในฐานะนักเขียน

เขาเคยมีวันเกิดในวันนี้ 16 ธันวาคม

ใช่เขาเคยมีวันเกิดวันนี้ เหลือไว้เพียงนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ยืนยง

อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก

ผู้เขียน Space Odyssey

ผู้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจถึงการแสวงหาของมนุษย์ อาหาร ทรัพย์ อำนาจ เห็นการผ่านพ้นและมืดมนของยุคสมัย

หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก เขียนไว้เมื่อสามปีที่แล้วได้น่าอ่านไม่น้อย

………………………..

อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของผลงานระดับตำนานอย่าง 

2001 สเปซ โอดิสซี ได้เปิดเผยความปรารถนา 3 ประการที่อยากได้ในวันเกิดครบรอบปีที่ 90

เมื่อวันอาทิตย์ (16 ธ.ค.2550) ที่ผ่านมา ว่า

อย่างแรกคืออยากให้โลกอ้าแขนรับแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่านี้มาใช้

อยากให้มีสันติภาพที่ยั่งยืนในศรีลังกาซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของตัวเอง

และอยากได้หลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก

คลาร์กกล่าวว่าตัวเองเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล

มนุษยชาติกำลังรอคอยจนกว่ามนุษย์ต่างดาวจะเรียกหรือส่งสัญญาณมาถึง

มนุษย์ไม่มีทางเดาได้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ตัวเองหวังอยากจะให้เป็นในเร็วๆ นี้

สำหรับเรื่องของสันติภาพในศรีลังกานั้น คลาร์กกล่าวว่าอาศัยอยู่ที่นี่มาครึ่งชีวิต หรือร่วม 50 ปีแล้ว

และรู้สึกเศร้าที่ได้เป็นพยานรับรู้ความขัดแย้งอันขมขื่นที่แบ่งแยกบ้านหลังที่สองของตัวเองออกจากกัน

จึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นในศรีลังกา

พร้อมเสริมว่าสันติภาพไม่สามารถนึกอยากให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานหนัก

ความกล้าหาญ และความต่อเนื่องเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ คลาร์กเป็นชาวอังกฤษแต่ย้ายไปอยู่ที่ศรีลังกาตั้งแต่ปี 2497

ปัจจุบันได้กลายเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ไปแล้วซึ่งหมายถึงได้อยู่อาศัยเป็นการถาวรโดยไม่ต้องต่อวีซ่า

คลาร์กเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ไว้กว่า 100 เรื่อง

โดยพูดถึงยานอวกาศเอาไว้ก่อนที่มนุษย์เราจะมีการทดลองจรวดเป็นครั้งแรกเสียอีก

ทั้งยังจินตนาการไปถึงเรื่องที่คอมพิวเตอร์เข้ามาครอบงำทุกอย่างในชีวิตประจำวัน

คลาร์กเคยป่วยเป็นโรคโปลิโอทำให้ปัจจุบันต้องนั่งรถเข็น

ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินจากสมเด็จพระราชินีอังกฤษเมื่อปี 2541

และได้ฉลองวันเกิดปีที่ 90 ด้วยการตัดเค้กที่เขียนว่า

สุขสันต์วันเกิดเซอร์อาร์เธอร์ โดยมีประธานาธิบดีศรีลังกา

เหล่านักบินอวกาศ และนักวิทยาศาสตร์ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้

หลังจากนั้น อเล็กไซ เลโอนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียที่เดินท่องอวกาศเป็นคนแรกของโลก

เมื่อเดือนมีนาคม 2508 ได้มอบเหรียญจากสหพันธ์นักบินอวกาศรัสเซียให้คลาร์กด้วย

คลาร์กกล่าวว่าเคยถามตัวเองว่าอยากจะได้รับการจดจำในแบบไหน

เพราะตัวเองทำมาหลากหลายอาชีพทั้งนักเขียน นักสำรวจใต้น้ำ

และผู้ส่งเสริมงานด้านอวกาศ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า

อยากได้รับการจดจำในฐานะนักเขียนมากที่สุด

ธันวาคม 11, 2010

คิดถึงใบไม้ร่วง

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ ว่าจดหมายเก่าๆ ที่ไม่ได้่ส่งถึงผู้รับนั้น จะบรรจุเรื่องราวดีๆ ไว้มากมายถึงเพียงนี้

มันเป็นเวลาห้าปีที่เมื่อได้นึกย้อนกลับไปแล้ว จำไม่ได้เลยว่าได้ทำอะไรบ้าง

กาลเวลามันผ่านไปรวดเร็วเกินไป เราไม่ได้ทรงจำอะไรนัก หรือว่าแท้จริงแล้วชีวิตมันว่างเปล่า

อย่างไรก็ตาม เพลงใบไม้ร่วงก็กลับมาบรรเลงในใจอย่างเงียบงันอีกครั้ง

…ห้วยกุ่มไงล่ะ… แอฟริกาของฉัน

หากใครเคยอ่าน Out of Africa คงเข้าใจ

ดินแดนใกล้ชิดดวงตะวันที่สาวชาวเดนมาร์กคนนั้นมีไร่และมีัรัก เมื่อจากมาเธอก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย

ชัยภูมิก็ไม่ได้ไกลนักหรอก แต่บางอย่างก็ทำให้หนทางมันไม่สดสว่างดังก่อน เสียงสายลมไม่ได้เรียกหาเราอีกแล้ว

….ฤดูหนาวของที่นั่นสวย เศร้า และรู้สึกถึงไออุ่นเสมอ….

เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยนัก แต่คราวใบไม้ร่วงนั้นน่าใจหาย

มันพรูลงมาเหมือนผีเสื้อพันตัวกระพือปีกพร้อมๆ กัน แม้เราไม่รู้สึกถึงลมพัดผีเสื้อเหล่าหลากสีนั้นก็ยังพราวพรูไม่หยุดหย่อน

ยืมเขามาขอบคุณนะ

จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า เป็นเพราะลมหายใจของเราหรือเปล่าที่เป่าเอาใบไม้สีสวยร่วงลงมา

….รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก…

คงเพราะแน่ใจว่า สมุดบันทึกธรรมชาติที่ีมีภาพนกกระเรียนและจดหมายตกค้างเมื่อห้าปีก่อน

ได้ถึงมือเจ้่าของแล้ว ไม่ว่าผู้รับจะแกะโบว์ผ้าลูกไม้ที่เย็บกระดุมสีขาวไ้ว้อย่างดีแล้วหรือไม่ก็ตาม

ให้มันได้อยู่กับคุณ ณ ลานรอบกองไฟริมธารน้ำที่เราได้พบกัน

อบอุ่นใจที่ไม่เคยลืมคุณ แต่ห้าปีคงน้อยไปสำหรับการจากกัน ขอฝันถึงคนที่อยู่ข้างๆ และรักฉันเสมอแล้วกันนะ

ฝากดูใบไม้ร่วงแทนนุชด้วยละกัน

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.